วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิ10

ให้นักศึกษาศึกษาพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
เมื่อนักศึกษาอ่านพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ตอบคำถามดังต่อไปนี้

1.พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ประกาศใช้เมื่อใด  และมีผลบังคับใช้เมือใด
ตอบ วันที่9 ตุลาคม พ.ศ. 2546 บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
......................................................................................................................................

2.ผู้รักษาตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือใคร
ตอบ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
.................................................................................................................................................... 
3.เหตุผลที่ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เพราะอะไร

ตอบ  เหตุผล ในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มีการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและให้ บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
.............................................................................................................................................
4.พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีกี่หมวดกี่มาตรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง
 ตอบ  มี 9 หมวด 53 มาตรา
หมวด 1 การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
หมวด 2 การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
หมวด 3 การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
หมวด 4 การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
หมวด 5 การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
หมวด 6 การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
หมวด 7 การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
หมวด 8 การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
หมวด 9 บทเบ็ดเตล็ด
....................................................................................................................................

5.วัตถุประสงค์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ประกอบอะไรบ้าง

ตอบ        (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
          (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
          (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
          (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
          (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
          (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
          (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

6.หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ร่วมกันในการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ตอบ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ
.................................................................................................................................................
7.หลัง จากที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนต้องดำเนินการจัดทำแผนเสนอต่อคณะ รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในกำหนดเวลากี่วัน

ตอบ ภายใน90 วันนับตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
.............................................................................................................................................................
8.แผนบริหารราชการแผ่นดินนั้น  กำหนดให้จัดทำแผนกี่ปี

ตอบ 4 ปี 
.........................................................................................................................................................
 
9.ผู้ที่ทำหน้าที่ประเมินหน่วยงานของรัฐตามพระราชกฤษฎีฉบับนี้คือใคร

ตอบ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ
.............................................................................................................................................................
 
10.การประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ประเมินอะไรบ้าง อธิบาย

ตอบประเมินการปฎิบัติการของส่วนราชการ เกี่ยวกับคุณภาพทางการให้บริหาร  ความพึงพอใจผู้รับบริการและที่สำคัญจะต้องปฎิบัติตามที่พ.ร.บ.กำหนด
...........................................................................................................................................................
 

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน9


ให้นักศึกษาอ่านพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและตอบคำถามต่อไปนี้

1.มีการบังคับใช้กำหนดไว้กี่วัน
ตอบ 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
.............................................................................................................................................................
2.ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ให้นักศึกษาอ่านและสรุปและให้
ความหมายที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติดังกล่าว มีดังนี้
เด็ก เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก
เด็กพิการ เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด นักเรียน นักศึกษา
บิดามารดา ผู้ปกครอง ครอบครัวอุปถัมภ์ การเลี้ยงดูโดยมิชอบ
ทารุณกรรม สืบเสาะและพินิจ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ
สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ 
ตอบ เด็กเป็นบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า18 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
เด็กเร่ร่อน คือเด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆหรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของตน
เด็กกำพร้า คือ เด็กที่บิดามารดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฎบิดามารดาหรือสืบหาบิดามารดาได้
เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก คือเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความยากลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเ้กินวัยหรือกำลังความสามารถและสติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
เด็กพิการ คือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญาหรือจิตใจ ไม่ว่าความบกพร่องนั้นจะมีมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง
เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด คือ เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด้กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือหรือสถานอันชักนำไปในทางที่เสียหาย
นักเรียน หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาและมัะยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน
นักศึกษา หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน
บิดามารดา หมายความว่า บิดามารดาของเด็กไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่
ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรมและผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และรวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง
ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจนบุคคลอันซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู้ด้วย
ครอบครัวอุปถัมภ์ หมายความว่า บุคคลที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร
การเลี้ยงดูโดยมิชอบ หมายความว่า การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดในกระทรง จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก
ทารุณกรรม หมายความว่า การกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆจนเป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิดทางเพศต่อเด็กการใช้ให้เด็กกระทำที่น่าจะเป็นอันตรายต่อเด็กหรือขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ไม่ว่าเด็กจะยอมหรือไม่ก็ตาม
สืบเสาะและพินิจ หมายความว่า การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลและนำมาวินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา และหลักวิชาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น
สถานรับเลี้ยงเด็ก หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว และไม่รวมถึงสถานพยาบาลโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน
สถานแรกรับ หมายความว่าสถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย
สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หมายความว่าสถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพเพื่อแก้ไขความประพฤติ บำบัดรักษา ฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
...........................................................................................................................................................


3.คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ประกอบด้วยใครบ้าง กี่คน
ตอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิปดีกรมการปกครอง อธิปดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิปดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ   กรรมการทั้งหมด11คน
....................................................................................................................................................................
4.กรรมผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งกี่ปี และพ้นจากตำแหน่งกรณีใดบ้าง
ตอบ คราวละ3ปี พ้นจากตำแหน่งเมื่อครบวาระอาจจะได้แต่งตั้งอีกแต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน นอกจากครบวาระแล้วยังมีเมื่อ 1.ตาย 2.ลาออก 3. รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องในหน้าที่ 4.ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา5.เป็นบุคคลล้มละลาย 6.เป็นคนไร้ความสามารถ 7.ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร
.....................................................................................................................................................................

5.ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูต่อไปจะต้องปฏิบัติตนต่อเด็กอย่างไรตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็กฉบับนี้
ตอบ ในอนาคตเราจะเป็นครูเเราจะต้องรู้ว่ากฎหมายได้กำหนดไว้กำเด็กแต่ละประเภทอย่างไรบ้าง และถ้าเกิดว่าในอนาคตมีเหตุการณ์อันใดขึ้นเราก็จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ถูกต้องตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กได้
........................................................................................................................................................

6.ผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กจะต้องไม่กระทำต่อเด็กในประเด็นใดบ้าง ยกตัวอย่าง
ตอบ 1.ไม่ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาล สถานเลี้ยงเด็กโดยมีเจตนาที่จะไม่รับคืน
       2.ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆโดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแล
       3.จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของเด็กจนน่าจะเกิดอันตราย
       4.ปฎิบัติต่อเด็กในลักษณะที่ขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก
       5.ปฎิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ
........................................................................................................................................................
 7.ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กไม่ว่าเด็กจะยอมหรือไม่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำต่อเด็กในประเด็นใดบ้าง
ตอบ 1.กระทำหรืิอละเว้นการกระทำอันเป็นการทานรุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก
        2.จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน
        3.บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะ ให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด
         4.โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแแพร่ด้วยประการใด การยกเด็กให้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการ
         5.บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยอนยอม หรือกระทำประการใดเพื่อให้เด็กไปขอทาน เร่ร่อน
         6. ใช้ จ้างหรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกาย
         7.บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ยุยงให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทำเพื่อแสวงหาผลกระทบทางการค้าอันเป็นการขัดต่อการเจริยเติบโตของเด็ก
         8. ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปสถานที่เล่นการพนัน
         9.บังคับ ขู่เข็ญ ช้ ชักจูง ยุยงหรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำาการลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด
         10.จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก 
................................................................................................................................................................


8.เด็กประเภทใดบ้างที่ควรได้รับการสงเคราะห์
ตอบ  1. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า   2.เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพัดหลง ณ ที่ใด  3. เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใดๆ เช่นถูกจำคุก กักขัง    4.เด็กที่ผู้ปกครอบมีอาชีพไม่เหมาะสมอันส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก   5.เด็กที่ได้รับเลฃี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกหทารุณ  6. เด็กพิการ7. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก 8. เด็กที่อยู่ในสภาพที่ต้องได้รับการสงเคราะห์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
.....................................................................................................................................................................

9.เด็กประเภทใดที่ควรได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
ตอบ  1.เด็กที่ถูกทารุณกรรม
         2.เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด
         3.เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้่มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
......................................................................................................................................................................

10.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็กท่านจะมีวืิธีการส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาอย่างไร และกรณีที่นักเรียนและนักศึกษามีความประพฤติไม่เป็นตามพระราชบัญญัตินี้ควรทำอย่างไร
ตอบ จะมีการอบรมเด็กและมีการแจ้งให้นักเรียนนักศึกษาเข้าใจถึงกฎหมายการคุ้มครองเด็กว่าควรปฎิบัติอย่างไรถูกต้องอย่างไรไม่ถูกต้องมีการชักจูงเด็กไปในทางที่ดีมีการตักเตือนเด็กที่ประพฤติผิดขัดต่อมาตราต่างๆของกฎหมายและต้องมีการประสานงานต่อผู้ปกครองนักเรียนต่อผู้บริหารโรงเรียน
.......................................................................................................................................................................


11.พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนในพระราชบัญญัตินี้ประเด็นอะไรบ้าง มีโทษระวางปรับและจำคุกอย่างไรบ้างอธิบายยกตัวอย่าง
ตอบ  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา26 ต้องวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา27มาตรา50ต้องวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้ถ้อยคำมีเหตุผลอันสมควร หรือให้ถ้อยคำเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ต้องจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่ีงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลในการคุมความประพฤติ ห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา 43 ต้องวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  ผู้ใดจัดตั้งกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัมนาและฟื้นฟูตามมาตรา52 โดยมิได้รับใบอนุญาตต้องวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  
................................................................................................................................................................


12.ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฉบับ
ตอบ  พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
....................................................................................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อนุทิน8


ให้นักศึกษาอ่านรายละเอียดของ พรบ.เงินเดือนเงินวิทยะฐานฯ แล้วตอบคำถาม (1),(2),(3),(4)
1.พระราชบัญญัติเงินเดือนเงินวิทยะฐานะและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้ง 2 ฉบับ ประกาศใช้เมื่อใด
ตอบ เมื่อวันที่21ธันวาคมพ.ศ.2547
2) ตาม พรบ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ข้อใดไม่ใช่เงินเดือน
ตอบ  เงินวิทยฐานะเงินประจำตำแหน่ง ไม่ถือว่าเป็นเงินเดือน
3)คณะรัฐมนตรีสามารถออก พระราชกฤษฎีกา เงินเดือนฯในภาวะค่าครองชีพสูงได้ในอัตราเท่าไร
ตอบ  ไม่เกินร้อยละสิบของอัตราที่บังคับใช้อยู่
4)ได้ รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยได้รับเงินเดือนเท่าไร และเมื่อได้รับครบกำหนดกี่ปีจึงจะได้รับการแต่ตั้งเป็นครู คศ.1 และรับเงินเดือนเท่าไร
ตอบ7,940บาทเมื่อได้รับครบกำหนด2ปีได้แต่งตั้งเป็นครู คศ.1ได้รับเงินเดือน10,770

อนุทิน7

บทที่ 7

ให้นักศึกษาศึกษารายะเอียดพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทาง

การศึกษา แล้วตอบคำถาม

1. พรบ.สภาครูฯ 2546 ประกาศใช้และบังคับเมื่อใด
ตอบ  ประกาศ 11 มิถุนายน 2546 บังคับใช้ 12 มิถุนายน 2546
2. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูออกให้แก่ใครบ้าง
ตอบ   ครู ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาอื่น
3. คุรุสภามีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง
ตอบ 3 ข้อ ที่สำคัญ คือ
 
1.กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการปฎิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ 
 2. กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ
 3.ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
 4. อำนาจหน้าที่คุรุสภา มีอะไรบ้าง
ตอบ 1. กำนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
2. ควบคุมความประพฤติและการดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
3.อกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ
4.พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
5.สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
6.ส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง และผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
7.รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่างๆตามมาตรฐานวิชาชีพ  
8.รับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพ รวมทั้งความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ
9.ส่งเสริมการส่งศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
10.เป้นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศ
11.ออกบังคับคุรุสภาว่าด้วย
12.ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายหรือปัยหาการพัฒนาวิชาชีพ
13.ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นต่อรับมนตรีเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ หรือการออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศต่างๆ
14.กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อกระทำการใดๆอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่คุรุสภา
15.ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
5. คุรุสภาอาจมีรายได้มาจากแหล่งใด
ตอบ คุรุสภามีรายได้มาจากแหล่งดังนี้
     1. ค่าทำเนียมตามพระราชบัญญัตินี้
     2. เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
     3. ผลประโยชน์จากการจัดทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
     4.เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
     5. ตอบผลของเงินและทรัพยืสินตาม
6. คณะกรรมการคุรุสภามีกี่คน ใครเป็นประธาน
ตอบ 39คน ประธานซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกฎหมาย
 7. กรรมการคุรุสภาที่มาจากผู้แทนตำแหน่งครูต้อง ประกอบด้วย
ตอบ 1.เป็นผู้มีใบอนุญาตและไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
        2.เป็นผู้มีประสบการร์ด้านปฎิบัติการสอนมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าสิบหรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป
8. คณะกรรมการคุรุสภามีหน้าที่ อะไร ได้แก่
ตอบ พิจารณา วินิจฉัยอุธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
9. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีกี่คน ประธานคือใคร หน้าที่สำคัญ
ตอบ17คน ประธานคือ รมต.แต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคุรุสภาพิจารณาการออกใบอนุญาต พักใช้หรือเพิกถอน
10. ผู้เป็นเลขาธิการคุรุสภา จะต้องมีอายุไม่เกิน
ตอบ ไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์- ไม่เกิน65ปี
11. ผู้ที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ประกอบด้วยใคร ยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ      วิทยากร ผู้สอนตามอัธยาศัย ครูฝึกสอน ผู้บริหารเหนือเขตพื้นที่การศึกษา ครูผู้บริหารระดับเอกชน
12. คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีอะไรบ้าง
ตอบ 1.มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
       2. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง
       3. ผ่านการปฎิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฎิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
13. หากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่ออก ไม่ต่อ ใบอนุญาต ต้องจัดกระทำอย่างไร
ตอบ  อุธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่ต่อใบอนุญาติ หรือการไม่ออกใบแทนในอนุญาตไม่ตัดสิทธิผู้ขอที่จะประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญ่ตต่อไป ทั้วนี้ จนกว่าคณะกรมการคุรุสภาจะได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด
14. มาตรฐานวิชาชีพ ประกอบด้วย มาตรฐานอะไร
ตอบมาตรฐานความรู้และประสบการณ์/ มาตรฐานการปฎิบัติงาน/มาตรฐานการปฎิบัตืตน 
15. มาตรฐานการปฏิบัติตน ประกอบด้วยอะไร
ตอบ มาตรฐานการปฏิบัติตน ประกอบด้วย จรรยาบรรณต่อตนเอง จรรยาบรรณต่ออาชีพ จรรยาบรรณต้อผู้รับบริการ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อสังคม
16. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพอาจวินิจฉัย มีหน้าที่
ตอบยก/ตัก/ภาค/พัก/เพิก คือยกข้อกล่าวหา/ตักเตือน/ภาคทัณฑ์/พักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 5ปี/เพิกถอนใบอนุญาต   
17. สมาชิกคุรุสภามี กี่ประเภทประกอบด้วย
ตอบ 2 ประเภท  คือ สามัญและกิติมศักดิ์ (เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการคุรุสภาแต่งตั้งโดยมติเอกฉันท์) 2
18. สมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาสิ้นสุดอย่างไร
ตอบ5วิธี คือ ตาย  ลาออก  คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้พ้น ถอดถอนกิตติมศักดิ์  ถูกเพิกถอนใบอนุญาต 
19. สกสค.ย่อมาจาก อะไร
ตอบ คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
20. สกสค.มีกี่คน ใครเป็นประธาน
21. ผู้ใดสอนโดยไม่มีใบอนุญาตจะต้องถูกดำเนินการอย่างไร
ตอบ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือิปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
22. ผู้ใดถูกพักใช้หรือแสดงตนว่ามีใบอนุญาตโดยเป็นเท็จมีโทษเป็นอย่างไร
ตอบ จำคุกไม่เกิน3ปี หรือ ปรับไม่เกิน60000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
23. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.สภาครูฯ2546 คือ ใคร
ตอบ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.สภาครูฯ 2546 คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
24. อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นอย่างไร
ตอบ ต่อ/เเทน,รอง,นาญ,ขึ้น = 200,300,400,500บาท หมายถึง ค่าต่อใบอนุญาตหรือใบเเทนใบอนุญาต 200 บาท,ใบรับรอง 300 บาท,เเสดงความชำนาญการ 400 บาท, ขึ้นทะเบียนใหม่ 500 บาท
....................................................................................................................................................................................................................................................
       
2.ให้นักศึกษาศึกษามาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย
1.นักศึกษาเข้าใจเกี่ยวกับวิชาชีพอย่างไร
ตอบ วิชาชีพ เป็นวิชาให้บริการแก่สาธารณชนที่ีต้องอาศัยความรู้ความชำนาญเป็นการเฉพาะ ไม่ซ้ำซ้อน

กับวิชาชีพอื่น และมีมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ โดยผู้ประกอบวิชาชีพต้องฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี

และภาคปฎิบัติอย่างพอเพียงก่อนที่จะประกอบวิชาชีพ

2.วิชาชีพควบคุมท่านเข้าใจอย่างไร
ตอบ วิชาชีพควบคุม เป็นวิชาชีพชั้นสูง ผู้ประกอบวิชาชีพย่อมต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูงตามมา เพราะมีผลกระทบต่อผู้รับบริการและสาธารณชน จึงต้องมีการควบคุมการประกอบอาชีพเป็นพิเศษ
3.การประกอบวิชาชีพควบคุมมีข้อจำกัดอย่างไร
ตอบ 1.ต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ โดยยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนด  ผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจะได้รับโทษตามกฎหมาย
         2.ต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพรวมทั้งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
        3.บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ
มีสิทธิ กล่าวหา หรือกรรมการคุรุสภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และบุคคลอื่น มีสิทธิ กล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณได้   
   4.เมื่อมีการกล่าวหรือกล่าวโทษ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพอาจวินิจฉัยชี้ขาดกล่วโทษ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้และผู้ถุกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตไม่สามารถประกอบวิชาชีพต่อไปได้




4.มาตรฐาน วิชาชีพทางการศึกษาหมายถึงอะไร พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพกี่ด้านประกอบด้วยอะไรบ้าง
ตอบ มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกาาคือข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฎิบัติตามเพื่อให้เกิดคุรภาพในการประกอบวิชาชีพสามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ผู้รับบริจากวิชาชีพได้ว่าเป็นบริการที่มีคุณภาพ
พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพ3ด้าน
 1.มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หมายถึง ข้อกำหนดสำหรับผู้ที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพจะต้องมีความรู้และมีประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอที่จะประกอบวิชาชีพจึงจะสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลที่ีมีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้

2.มาตฐานการปฎิบัติงาน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฎิบัติงานในวิชาชีพให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดพร้อมกับมีการพัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง
3. มาตรฐานการปฎิบัติตน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับประพฤติตนของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฎิบัติตน

5. ท่านเข้าใจมาตรฐานความรู้และประสบการณ์อย่างไร สรุปและอธิบาย
ตอบ มาตรฐานความรู้และประสบการณ์เป้นข้อกำหนดสำหรับผู้ที่มาประกอบวิชาชีพ จะต้องมีความรู้และมีประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอที่จะประกอบวิชาชีพ จึงจะสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้เป้นหลักบานแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้

6.ท่านเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนของครูผู้สอนเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกันที่ มาตรฐานการปฎิบัติงานจะเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฎิบัติงานในวิชาชีพให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมกับมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ มาตรฐานการปฎิบัติตนจะเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการประพฤติตนของผู้ประกอบวิชาชีพโดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฎิบัติ เพื่อชื่อเสียง ฐานะ เกียรติยศและศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ